ไทย-เวียดนาม จับมือหนุนตั้ง ‘สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน’ ดันอาเซียนขึ้นแท่นศูนย์กลางการค้าทุเรียนโลก

ฮานอย, 20 มิถุนายน 2568 – ไทยและเวียดนามร่วมมืออย่างเป็นทางการในการผลักดันการจัดตั้ง “สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนของภูมิภาค และสร้างอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางการค้าทุเรียนของโลก พร้อมเชิญชวนมาเลเซียเข้าร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในความร่วมมือนี้

ในการประชุมหารือ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย นายชัย วัชรงค์ ผู้แทนการค้าไทย พร้อมด้วยนางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ได้พบปะกับผู้นำภาคเกษตรเวียดนาม ได้แก่ สมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (VINAFRUIT), สมาคมทุเรียนจังหวัดดั๊กลัก และผู้แทนจากจังหวัดดั๊กลัก ผ่านการประชุมในรูปแบบ Hybrid เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมทุเรียนในภูมิภาค

นายชัย วัชรงค์ เปิดเผยว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ยุทธศาสตร์ของอาเซียน โดยเฉพาะในตลาดจีนซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงมาก ปัจจุบันไทย เวียดนาม และมาเลเซียครองสัดส่วนการส่งออกทุเรียนในอาเซียนกว่า 90% หากอาเซียนสามารถรวมพลังกันผ่านกลไก “สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียน” จะสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในภูมิภาค พร้อมยกระดับคุณภาพสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ จะทำหน้าที่หลักใน 6 ด้าน ได้แก่

  1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลการผลิตและแนวโน้มตลาด
  2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการปลูก
  3. การกำหนดมาตรฐานสินค้าและรูปแบบการแปรรูป
  4. การสร้างแบรนด์ร่วมและเล่าเรื่องสินค้า (storytelling)
  5. การรายงานราคาทุเรียนอย่างโปร่งใส
  6. การส่งเสริมการร่วมทุนในอาเซียนเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก

ด้าน นายเหงียน แถ่ง บิ่ญ (Nguyen Thanh Binh) ประธานสมาคมผักและผลไม้เวียดนาม (VINAFRUIT) เปิดเผยว่า เวียดนามส่งออกทุเรียนได้สูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 แต่ในปี 2568 เผชิญความท้าทายจากมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดจากจีน ทำให้ยอดส่งออกลดลงกว่า 70% ดังนั้น เวียดนามจึงเห็นความจำเป็นในการยกระดับอุตสาหกรรมทุเรียนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค และพร้อมสนับสนุนแนวคิดสมาพันธ์ฯ อย่างเต็มที่

นายเหงียน ไห่ เซือง (Nguyen Hoai Duong) หัวหน้าคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดดั๊กลัก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนสำคัญของเวียดนาม กล่าวว่า จังหวัดได้จัดตั้งสมาคมทุเรียนในระดับท้องถิ่น พร้อมทั้งศึกษาดูงานจากจังหวัดจันทบุรีของไทย และพร้อมผลักดันแนวคิดสมาพันธ์สู่การปฏิบัติจริง โดยเสนอให้มีคณะทำงานร่วมระดับภูมิภาคเพื่อศึกษาระเบียบ กฎหมาย และมาตรฐานร่วม

นางสาวเหงียน ถิ แถ่ง ทึก (Nguyen Thi Thanh Thuc) ประธานบริษัท AutoAgri Technology และหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการค้าสมาคมทุเรียนดั๊กลัก ให้ความเห็นว่า การผลิตทุเรียนในเวียดนามยังเป็นลักษณะรายย่อย ปลูกแซมกับกาแฟ จึงต้องการความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและตลาด พร้อมแนะให้สมาพันธ์ฯ ให้ความสำคัญกับตลาดจีนเป็นพิเศษ และขยายไปยังตลาดอาเซียนอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง

ผู้แทนการค้าไทยยังเน้นว่า แนวคิดการจัดตั้งสมาพันธ์ทุเรียนอาเซียนได้รับการเห็นชอบจากรัฐบาลไทยและภาคเอกชน พร้อมการสนับสนุนจากมาเลเซีย ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังเดินหน้าผลักดันในระดับนโยบาย โดยในช่วงครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย–เวียดนาม ในปี 2569 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย จะเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า สมาพันธ์ทุเรียนอาเซียนจะเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้า และเพิ่มอำนาจต่อรองของผู้ผลิตในเวทีการค้าโลก พร้อมร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและขยายตลาดสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

facebook :ค้างคาวคู่เอสที เว็บไซต์ www.ค้างคาวคู่เอสที.com

สินค้าของเรา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *