การป้องกันและกำจัดเชื้อรา Phomopsis sp. ในสวนทุเรียน

(Phomopsis in Durian: Prevention and Management)

เชื้อรา Phomopsis sp. จัดเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่สามารถก่อโรคในพืชเศรษฐกิจหลายชนิด รวมถึง “ทุเรียน” ซึ่งเป็นผลไม้ส่งออกสำคัญของประเทศไทย โรคที่เกิดจากเชื้อรานี้มักระบาดในช่วงฤดูฝนหรือในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หากไม่มีการป้องกันอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อผลผลิตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ


ลักษณะของเชื้อรา Phomopsis sp.

เชื้อ Phomopsis เป็นเชื้อราในกลุ่ม Ascomycetes ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ผ่านน้ำฝน ลม และเครื่องมือทางการเกษตร โดยสปอร์ของเชื้อสามารถเข้าสู่พืชผ่านทางบาดแผลหรือเนื้อเยื่ออ่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกชุกและอุณหภูมิเหมาะสม เชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพชื้น และก่อให้เกิดความเสียหายกับทั้งใบ กิ่ง และผลของทุเรียน


อาการของโรคที่เกิดจาก Phomopsis sp. ในทุเรียน

  1. บนใบ: พบจุดแผลกลมเล็กสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ใบเหลืองและร่วงก่อนวัย
  2. บนกิ่ง: อาการแห้งตายปลายกิ่ง (dieback) ผิวกิ่งอาจแตกหรือมีจุดแผล
  3. บนผล: พบจุดเน่าขนาดเล็กที่ผิวผล ซึ่งจะขยายใหญ่ขึ้น และอาจมีเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือเทา ผลร่วงก่อนกำหนด

ปัจจัยส่งเสริมการระบาดของเชื้อรา Phomopsis sp.

  • ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสูง (มากกว่า 80%)
  • ฝนตกชุกต่อเนื่องหลายวัน
  • สวนที่มีทรงพุ่มแน่น อับลม ไม่มีการตัดแต่งกิ่ง
  • เครื่องมือเกษตรไม่สะอาด หรือมีบาดแผลบนต้นพืช

แนวทางการป้องกันเชื้อรา Phomopsis sp.

1. การจัดการสภาพแวดล้อม

  • ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อให้แสงและลมเข้าถึง
  • ปรับระบบระบายน้ำให้ดี ป้องกันน้ำขัง
  • ลดการให้ปุ๋ยไนโตรเจนที่มากเกินไป เพื่อไม่ให้พืชเจริญเนื้อเยื่ออ่อนเร็วเกินไป

2. การใช้ชีวภัณฑ์

  • ใช้ Trichoderma spp. หรือ Bacillus subtilis ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์ควบคุมเชื้อรา
  • พ่นเป็นประจำทุก 7–14 วัน โดยเฉพาะก่อนฤดูฝนหรือช่วงที่มีความชื้นสูง
  • ใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ เช่น มูลค้างคาว ผสมไตรโคเดอร์มา เพื่อเสริมภูมิต้านทานพืช

การกำจัดเชื้อรา Phomopsis sp. ด้วยสารเคมี

เมื่อพบการระบาดของเชื้อรา Phomopsis การใช้สารเคมีเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพหากใช้ให้เหมาะสม โดยควรพ่นสารเมื่อเริ่มพบอาการระยะแรก และควรสลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา

📋 ตารางสรุปการใช้สารกำจัดเชื้อรา Phomopsis sp. ในสวนทุเรียน

กลุ่มสารเคมีชื่อสามัญ (Common Name)อัตราการใช้หมายเหตุ/คำแนะนำ
สเตรบิลูริน (Strobilurins)Azoxystrobin / Pyraclostrobin10–20 มล. / น้ำ 20 ลิตรออกฤทธิ์เชิงป้องกัน ควรใช้ช่วงต้นฤดูฝน หรือเมื่อมีความชื้นสูง
ไตรอะโซล (Triazoles)Propiconazole / Difenoconazole / Tebuconazole10–15 มล. / น้ำ 20 ลิตรมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสปอร์ เหมาะใช้เมื่อพบอาการระยะแรก
ผสม (Combination)Azoxystrobin + Difenoconazoleตามอัตราผู้ผลิต (ปกติ 10–20 มล.)ควบคุมได้ทั้งการระบาดและป้องกัน ลดความเสี่ยงการดื้อยา
สารสัมผัส (Contact)Mancozeb20–30 กรัม / น้ำ 20 ลิตรใช้พ่นสลับในรอบการพ่น เช่น พ่นก่อนฝนหรือหลังฝนตกทันที
ชีวภัณฑ์Trichoderma spp. / Bacillus subtilisตามฉลากผลิตภัณฑ์ใช้สม่ำเสมอทุก 7–14 วัน เสริมภูมิต้านทานพืช ไม่ทิ้งสารตกค้าง

แนวทางการจัดการแบบผสมผสาน (IPM)

  • ตรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงที่มีความชื้นสูง
  • ใช้สารชีวภัณฑ์ควบคู่กับการตัดแต่งกิ่ง
  • สลับการใช้สารเคมีต่างกลุ่มอย่างมีแผน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและชีวภัณฑ์ในคราวเดียวกัน
  • ใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี เพื่อเสริมความแข็งแรงให้พืช

สรุป

เชื้อรา Phomopsis sp. เป็นเชื้อราที่มีผลกระทบต่อการปลูกทุเรียนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง การป้องกันล่วงหน้าด้วยการจัดการสวนที่ดี การใช้ชีวภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ และการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามระยะโรค จะช่วยลดความเสียหายจากเชื้อรานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เว็บไซต์ของเรา : www.ค้างคาวคู่เอสที.com facebook : ค้างคาวคู่เอสที.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *