ศัตรูเงียบในสวนทุเรียน – เมื่อ “รากเน่า” กลายเป็นต้นเหตุของความสูญเสีย

ไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการเห็นต้นทุเรียนที่เราเฝ้าดูแลตั้งแต่เล็ก ๆ ต้องค่อย ๆ เหี่ยวเฉาไปต่อหน้าต่อตา
มือใหม่หลายคนมักเข้าใจว่า หากต้นทุเรียนดูเขียว ใบยังอยู่ดี ก็ถือว่าสบายใจได้
แต่ความจริงแล้ว “สิ่งที่ตายไปก่อนใครเพื่อน” มักจะเป็นสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยตาเปล่า—ราก

ในแวดวงของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า “รากเน่า”
เพราะมันคือหนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตต้นทุเรียนในทุกฤดู
โดยเฉพาะในสวนใหม่ ๆ หรือแปลงปลูกของเกษตรกรมือใหม่ ที่ยังไม่รู้เท่าทันการจัดการน้ำและดิน


รากเน่า คืออะไร?

โรครากเน่าคือโรคที่เกิดจากเชื้อราในกลุ่ม Phytophthora spp.
เชื้อราชนิดนี้อาศัยอยู่ในดินและแพร่กระจายได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูง
มันมักจะแทรกตัวเข้าไปตามรากที่อ่อนแอ แล้วค่อย ๆ ทำลายโครงสร้างภายในต้นไม้
เมื่อเวลาผ่านไป ต้นไม้ก็จะไม่สามารถดูดน้ำหรืออาหารได้ และจะค่อย ๆ เหี่ยวแห้งลงในที่สุด


ทำไมโรคนี้ถึงอันตรายมาก?

โรคนี้อันตรายเพราะมันเป็น “โรคที่มองไม่เห็น”
ในขณะที่ใบยังดูเขียว ยอดยังไม่แตก—รากอาจตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เมื่อเริ่มเห็นอาการชัดเจน เช่น ใบเหลืองทั้งต้น ยอดไม่เดิน หรือใบอ่อนเหี่ยวเฉา นั่นมักจะหมายถึงว่าโรคได้ลุกลามจนเกินจะแก้ไขได้ง่าย ๆ แล้ว


อาการของโรครากเน่า

  1. ใบเหลืองซีด ทั้งต้น โดยเฉพาะใบล่างจะร่วงก่อน
  2. ยอดไม่เดิน หรือใบอ่อนเหี่ยวง่าย
  3. โคนต้นมีน้ำยางไหล หรือเปลือกหลุดล่อน
  4. ต้นยืนตาย แม้จะยังดูเขียวอยู่ก็ตาม

หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงแค่ขาดธาตุอาหาร หรือโดนแดดจัด แต่ความจริงแล้ว “โรคในดิน” มักเป็นต้นเหตุ


ทำไมมือใหม่จึงพลาด?

หนึ่งในข้อผิดพลาดสำคัญของมือใหม่คือ การละเลยการจัดการดินและน้ำ
พื้นที่ที่น้ำขังแม้เพียง 1-2 วัน ก็สามารถกระตุ้นให้เชื้อราเจริญเติบโตได้
ยิ่งถ้าปลูกในฤดูฝน หรือลงต้นกล้าในดินเหนียวแน่นโดยไม่ยกร่องหรือปรับหน้าดินก่อน โอกาสเกิดโรครากเน่าก็สูงขึ้นมาก

อีกสิ่งหนึ่งที่มือใหม่มักไม่รู้คือ การปลูกทุเรียนไม่ใช่แค่ปลูกแล้วรดน้ำ
แต่คือการเข้าใจสภาพดิน ฟ้าฝน และธรรมชาติของต้นไม้
ต้นทุเรียนเป็นพืชที่ระบบรากอ่อนไหวต่อความชื้น หากไม่จัดการอย่างถูกต้องก็อาจจบไม่สวย


วิธีป้องกันและดูแล

1. เริ่มต้นที่การจัดการดินและน้ำ

  • ยกร่องปลูกเพื่อให้ดินระบายน้ำได้ดี
  • ตรวจสอบระดับน้ำใต้ดิน (ควรไม่สูงเกิน 50 ซม.)
  • หลีกเลี่ยงจุดปลูกที่น้ำท่วมซ้ำซาก

2. เลือกต้นกล้าที่แข็งแรง และปลูกในฤดูที่เหมาะสม

  • หากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ควรปลูกปลายฝน
  • ปลูกช่วงเช้า อากาศเย็น ไม่ร้อนจัด

3. หมั่นสังเกตอาการ และจัดการทันทีหากพบจุดผิดปกติ

  • ถ้าเห็นใบเริ่มเหลืองหรือยอดไม่เดิน ควรขุดดูลำต้นและรากทันที
  • อย่ารอให้เห็นต้นตายคาตา เพราะอาจสายเกินแก้

4. ใช้สารชีวภัณฑ์หรือชีวภาพที่ปลอดภัยในการป้องกันเชื้อราในดิน

  • การใช้สารเคมีป้องกันรากเน่ามีหลายทางเลือก แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง
  • หลายสวนใช้จุลินทรีย์ที่ช่วยยับยั้งเชื้อราได้ดี เช่น ไตรโคเดอร์มา

สรุป

รากเน่าไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่แค่เรื่องของฝนตกหรือดินชื้น
แต่มันคือ “ศัตรูเงียบ” ที่ต้องรับมือด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความตั้งใจ
ทุเรียนเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็ต้องการการดูแลอย่างมีความรู้เชิงลึกเช่นกัน
การป้องกันโรครากเน่าจึงควรเริ่มตั้งแต่ “ก่อนปลูก” ไม่ใช่แค่ “หลังเจอปัญหา”

การปลูกต้นไม้ ก็เหมือนการวางรากฐานให้กับความหวัง
หากรากไม่ดี ความหวังจะไม่มีวันงอกงาม

facebook :ค้างคาวคู่เอสที เว็บไซต์ : ค้างคาวคู่เอสที.com

ทุเรียน #รากเน่า #โรครากเน่า #ทุเรียนตาย #เกษตรกรมือใหม่ #ปลูกทุเรียน #ดูแลทุเรียน #โรคพืช #เกษตรอินทรีย์ #ระบบรากทุเรียน #เกษตรยั่งยืน #สวนทุเรียน #เกษตรกรไทย #ความรู้เกษตร #เกษตรดิจิทัล #ค้างคาวคู่เอสที

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *