การปลูกทุเรียนถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่มีความเสี่ยงและโอกาสสูง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุเรียนไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “ทุเรียนยังน่าปลูกอยู่ไหม?”
บทความนี้จะวิเคราะห์จากหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิต ปัญหาโรคแมลง แนวโน้มตลาด และเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

แนวโน้มตลาดทุเรียนในปี 2568
- ตลาดส่งออกยังเติบโต แต่เริ่มชะลอตัว
- ตลาดจีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของทุเรียนไทย โดยในปี 2566 ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการชะลอตัวจากการที่จีนเริ่มหันมาปลูกทุเรียนเองในมณฑลไห่หนาน และนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้น
- ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามได้รับอนุญาตส่งออกทุเรียนอย่างเป็นทางการในปี 2565 ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพมากขึ้น
- ตลาดในประเทศเริ่มอิ่มตัว
- การบริโภคทุเรียนภายในประเทศมีแนวโน้มคงที่ โดยมีกลุ่มผู้บริโภคประจำและกลุ่มเฉพาะมากขึ้น แต่ความสามารถในการซื้ออาจลดลงหากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- เกษตรกรรายใหม่เริ่มเข้ามามาก ส่งผลให้มีผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี
ปัจจัยต้นทุนและความเสี่ยงในการปลูกทุเรียน
- ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
- ราคาปุ๋ย ยาฆ่าแมลง แรงงาน และต้นพันธุ์ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 10–20% ต่อปี
- ทุเรียนต้องใช้เวลาปลูก 4–6 ปีกว่าจะให้ผลผลิต ทำให้ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนรองรับตลอดระยะเวลา
- ค่าใช้จ่ายในการจัดการสวนเพิ่มขึ้น เช่น ค่าตัดแต่งกิ่ง การป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า และการให้น้ำในช่วงหน้าแล้ง
- โรคแมลงและปัญหาสภาพภูมิอากาศ
- ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora palmivora) ยังคงเป็นศัตรูตัวฉกาจของทุเรียน โดยเฉพาะในแหล่งปลูกภาคตะวันออกและภาคใต้
- ปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา ส่งผลต่อการออกดอก การติดผล และการเจริญเติบโตของทุเรียน
- การจัดการที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลให้ผลผลิตเสียหายถึง 30–50%
- ข้อจำกัดด้านแรงงาน
- แรงงานการเกษตรขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ เช่น ผู้ตัดแต่งทรงพุ่ม หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมเกสร
- ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นตามกฎหมายแรงงาน

การปรับตัวของเกษตรกรและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
- ใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน
- ระบบให้น้ำอัตโนมัติแบบน้ำหยด ช่วยลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
- การใช้โดรนพ่นปุ๋ยหรือสารชีวภัณฑ์ ช่วยประหยัดเวลาและลดปริมาณสารเคมี
- แอปพลิเคชันและเซนเซอร์ตรวจวัดความชื้น-ค่าดิน เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการปลูกได้แม่นยำขึ้น
- ปรับตัวสู่การผลิตเชิงคุณภาพ
- พันธุ์ทุเรียนคุณภาพ เช่น หมอนทอง ชะนี ก้านยาว ยังคงเป็นที่ต้องการ แต่ต้องเน้นเรื่องรสชาติ ความสม่ำเสมอ และปลอดภัยจากสารเคมี
- การรับรองมาตรฐาน GAP และ Organic ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเปิดตลาดใหม่ ๆ
- ปลูกแซมพืชอื่นเพื่อลดความเสี่ยง
- พืชแซมเช่น กล้วย มะละกอ หรือมะพร้าว ช่วยเพิ่มรายได้ระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิต
- ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและลดปัญหาการระบาดของโรคบางชนิด
สรุป: ทุเรียนยังน่าปลูกอยู่ไหมในปี 2568?
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับความพร้อมและการบริหารจัดการ”
หากคุณมีทุนทรัพย์เพียงพอ มีความรู้ และสามารถจัดการความเสี่ยงได้ ทุเรียนก็ยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าลงทุน โดยเฉพาะการผลิตเชิงคุณภาพเพื่อการส่งออกหรือเจาะตลาดพรีเมียม
แต่หากหวังปลูกเพื่อหวังรวยเร็ว หรือไม่มีความเข้าใจระบบการผลิต การปลูกทุเรียนในปี 2568 อาจไม่ใช่คำตอบที่ดี เนื่องจากความเสี่ยงสูงจากต้นทุน แรงงาน โรคระบาด และแนวโน้มตลาดที่เริ่มเปลี่ยนแปลง

คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ
- ศึกษาและวางแผนต้นทุนอย่างละเอียด
- เรียนรู้การจัดการสวนแบบยั่งยืน
- เข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
- ทดลองปลูกในพื้นที่เล็กก่อนหากเป็นมือใหม่
- เน้นคุณภาพ มากกว่าปริมาณ และวางแผนการตลาดตั้งแต่เนิ่น ๆ
แชร์บทความ
เว็บไซต์ของเรา : www.ค้างคาวคู่เอสที.com facebook : ค้างคาวคู่เอสที
5 สาเหตุทุเรียนบิดเบี้ยว พลูไม่เต็ม พร้อมวิธีแก้ตามหลักวิชาการ | ปุ๋ยทุเรียน
หลายสวนประสบปัญหา ทุเรียนบิดเบี้ยว / พูไม่เต็ม / เนื้อไม่สวย แม้จะใส่ปุ๋ยทุเรียนเต็มที่ แต่ผลผลิตก็ยังไม่ได้คุณภาพ สาเหตุของปัญหานี้เกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับ “ระบบราก – ใบ – ธาตุอาหารช่วงพัฒนาผล” บทความนี้สรุป 5 สาเหตุที่ทำให้ทุเรียนพูไม่เต็มตามหลักวิชาการ พร้อมแนวทางแก้ไขที่ทำได้จริงในสวน ✅…
สูตรลับปั้นลูกทุเรียนให้ทรงสวย เทคนิคการจัดการผลผลิตตามหลักวิชาการ
ทุเรียน (Durio zibethinus L.) เป็นไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคใต้ ผลผลิตทุเรียนคุณภาพดีไม่เพียงขึ้นอยู่กับพันธุ์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ การจัดการในช่วงออกดอก ติดผล และขยายผล ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลโดยตรงต่อ “รูปร่างของผล” และ “คุณภาพภายใน” การปั้นลูกทุเรียนให้ทรงสวย—หมายถึงการดูแลจัดการให้ผลมีรูปร่างกลม เปลือกเรียบ เนื้อเต็ม และขั้วแข็งแรง—ต้องอาศัยทั้ง ความรู้ทางวิชาการด้านโภชนาการพืช,…
3 เคล็ดลับช่วงออกดอกของทุเรียน ที่เกษตรกรมืออาชีพไม่เคยบอก!
ออกดอกทุเรียน ถือเป็น “ช่วงหัวใจสำคัญ” ของการปลูกทุเรียน เพราะเป็นระยะที่ชี้ชะตาว่าในปีนั้น ๆ สวนจะได้ผลผลิตมากหรือน้อยเพียงใด การดูแลทุเรียนในช่วงออกดอกและติดผลจึงต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องธาตุอาหาร สภาพอากาศ และระบบรากอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเกษตรกรมืออาชีพหลายคนใช้เทคนิคเฉพาะตัวที่มักไม่เปิดเผยกันง่าย ๆ บทความนี้จะเผย 3 เคล็ดลับดูแลทุเรียนช่วงออกดอก–ติดผล ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง เพื่อให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน 🌱 เคล็ดลับที่ 1:…
ดูแลผลทุเรียนอย่างไร ให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน
ทุเรียน ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะ ตลาดจีน ที่ต้องการทุเรียนคุณภาพ มาตรฐานปลอดภัย และรสชาติได้มาตรฐาน การดูแลผลทุเรียนตั้งแต่ระยะติดผลจนถึงเก็บเกี่ยว จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่เกษตรกรต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มี คุณภาพตรงตามมาตรฐาน GAP และตลาดส่งออก 1. การจัดการระยะติดผล 2. การบำรุงต้นและผล…
ไว้ผลทุเรียนปีแรก ควรไว้กี่ลูก เพื่อไม่ให้ต้นโทรม
การดูแลทุเรียนในปีแรกที่เริ่มให้ผลผลิต เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของต้นและผลผลิตในอนาคต เกษตรกรจำนวนมากมักมีคำถามว่า “ทุเรียนปีแรกควรไว้กี่ลูก?” เพราะหากไว้ลูกมากเกินไป ต้นทุเรียนอาจโทรมและส่งผลเสียต่อการเติบโตในระยะยาว ดังนั้นการจัดการที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องจำเป็น ทำไมต้องจำกัดจำนวนผลทุเรียนปีแรก? ทุเรียนปีแรกควรไว้กี่ลูก? จากคำแนะนำเชิงวิชาการและประสบการณ์ของเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญ การไว้ผลทุเรียนปีแรกควรอยู่ในช่วง 5–10 ผลต่อต้น ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น ดังนี้ การจำกัดจำนวนผลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยให้ต้นไม่โทรม และยังสามารถแตกใบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการให้ผลผลิตที่มีคุณภาพในปีถัดไป เทคนิคการจัดการผลทุเรียนปีแรก…








